รายละเอียดหลักสูตรการอบรมระยะสั้น
วิธีวิทยาการวิจัยทางสังคมศาสตร์แนวใหม่
(Innovative Social Science Research Methodologies)

......................................................

 

ชื่อหลักสูตร: วิธีวิทยาการวิจัยทางสังคมศาสตร์แนวใหม่

ช่วงเวลาการอบรม :  วันที่ 17 - 26 กรกฎาคม 2560

ผู้รับผิดชอบหลัก: รองศาสตราจารย์ ฉันท์หทัย (อรทัย) อาจอ่ำ และคณะ

1) หลักการและเหตุผล

          เนื่องจาก การวิจัยมนุษย์และสังคม หรือ ที่เรียกกันว่า “การวิจัยทางสังคมศาสตร์” เพื่อผลิตความรู้เกี่ยวกับมนุษย์และสังคม ได้มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับขั้น และ เมื่อวิวัฒนาการมาถึงจุดหนึ่งกลับพบว่า ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงกระบวนทัศน์แบบสามร้อยหกสิบองศา ซึ่งแต่เดิมหรือในช่วงเวลาที่ผ่านมาประมาณเกือบสองร้อยกว่าปีนั้น มักเป็นการวิจัยเพื่อสร้างหรือผลิตความรู้เกี่ยวกับมนุษย์และสังคมที่ใช้ หรือ หยิบยืมวิธีคิด วิธีมอง มุมมอง วิธีวิทยา หรือกระบวนทัศน์แบบวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Sciences) และวิทยาศาสตร์แบบฟิสิกส์ (Physical Sciences) มาใช้ ซึ่งพบว่า ไม่สามารถสะท้อนความจริงเกี่ยวกับมนุษย์และสังคมได้ หรือได้แต่ก็น้อยมาก หรือได้เพียงแค่บางส่วน เพราะไม่สอดคล้องกับความจริงที่สลับซับซ้อน มีลักษณะพลวัต และมีความไม่แน่นอนสูง นอกจากนี้ การผลิตความรู้ด้วยกระบวนทัศน์     ที่ผิดพลาด ยังทำให้เกิดภาพลวงหรือมายาคติเกี่ยวกับมนุษย์และสังคมเพิ่มมากขึ้นไปอีก ทำให้ความรู้ทางสังคมศาสตร์ที่ได้รับการพัฒนาจากฐานคิด หรือ วิธีวิทยา/มุมมองที่ผิดพลาดดังกล่าวไม่มีคุณค่า หรือไม่มีประโยชน์พอเพียงต่อการพัฒนาหรือการยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของมนุษย์แต่อย่างใด เพราะส่วนใหญ่มักไม่สามารถอธิบายความจริงที่สลับซับซ้อนได้ ในทางตรงกันข้าม พบว่า ผลการศึกษาส่วนใหญ่เป็นการคาดเดาจากมุมมองของผู้ศึกษาหรือผู้วิจัยเป็นหลัก แต่ขาดความรู้ความเข้าใจเชิงลึกจากมุมมองของ  ผู้ถูกศึกษา ดังนั้น ความรู้และความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง หรือสามารถสะท้อนความเป็นจริงได้อย่างครบถ้วน หลากหลายแง่มุม หลากหลายมิติ มีความลึกซึ้ง มีความเป็นองค์รวม จึงมีนัยสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอารยธรรมความรู้ และภูมิปัญญาของมนุษย์ และสังคมของมนุษย์ 

         ด้วยเหตุนี้ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะที่เป็นสถาบันทางวิชาการของสังคม ที่มีภารกิจในการสร้างความรู้ การพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย และการส่งเสริมการผลิตองค์ความรู้ใหม่ ๆ จึงเล็งเห็นว่า การจัดอบรมเพื่อเพิ่มพูนวิทยาการหรือความรู้เกี่ยวกับวิธีวิทยาการวิจัยทางสังคมศาสตร์แนวใหม่ เป็นภารกิจที่มีคุณูปการต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยทำให้ผู้วิจัย หรือ ผู้สร้าง/ผู้ผลิตความรู้สามารถเข้าถึงความจริงของมนุษย์และสังคมได้มากขึ้น ลึกซึ้งขึ้น ทำให้ความรู้ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการวิจัยด้วยมุมมองแบบใหม่นี้มีคุณค่า   และเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น อย่างน้อยก็น่าจะสามารถเทียบเคียงได้กับ คุณูปการของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการพัฒนาความเป็นอยู่และความสะดวกสบายต่าง ๆ ทางวัตถุและเทคโนโลยี หรือ การวิจัยด้วยมุมมองแบบใหม่ น่าจะช่วยทำให้เกิด “ศักยภาพและความสามารถแบบใหม่” โดยเฉพาะศักยภาพและความสามารถในการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมมนุษย์ที่มีอารยธรรม ปราศจากการกดขี่ การเอารัดเอาเปรียบ การตีตรา การดูถูก การตัดสิน การด่วนสรุป การมองแบบเหมารวมหรือแบบครอบคลุมทั่วไป แต่เต็มไปด้วยความเคารพและการรับฟังซึ่งกันและกันอย่างเข้าใจบนพื้นฐานของการเข้าใจในความแตกต่างหลากหลาย ความเป็นพหุลักษณ์ ความเป็นพลวัต ความสลับซับซ้อน ไม่ว่าเขาผู้นั้น จะเป็นใคร มาจากไหน แต่ “นักสังคมศาสตร์กระบวนทัศน์ใหม่” หรือ นักวิจัย นักขับเคลื่อนสังคม      นักการศึกษา นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักพัฒนาสังคม นักสิ่งแวดล้อม และนักวิชาการในสาขาอื่น ๆ จะต้อง “เข้าใจมนุษย์แต่ละคนอย่างที่เป็นอยู่มากกว่าที่จะเข้าใจเขาอย่างที่เราต้องการให้เขาเป็น”       ซึ่งนำมาสู่ความขัดแย้งต่าง ๆ ดังที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน

         ดังนั้น สังคมศาสตร์แนวใหม่ หรือ วิธีวิทยา/วิธีคิดในการสร้างความรู้ด้วยมุมมองและแนวทางอื่น ๆ จึงมีนัยสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้สร้างความรู้/ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความรู้ในทุกสาขาวิชา หรือทุกวิชาชีพ เพราะถ้าไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็ย่อมจะไม่สามารถผลิตความรู้ที่ถูกต้องได้ และถ้าความรู้ไม่ถูกต้อง ก็ย่อมไม่เป็นประโยชน์ เสียเวลา เสียทรัพยากรเป็นอย่างยิ่ง  ดังนั้น หลักสูตรนี้ จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เกิดข้อคำถาม/ข้อสงสัยในการผลิตความรู้ที่สอดคล้องกับความจริงและจะทำอย่างไรให้ความรู้ที่ผลิตขึ้นมานั้น เป็นประโยชน์ สามารถเข้าถึงความจริงได้มาก และ/หรือ ช่วยสะท้อนปัญหาหรือพัฒนาการต่าง ๆ ของมนุษย์ได้อย่างตรงไปตรงมา ลึกซึ้ง ครอบคลุม รอบด้าน และได้รับการยอมรับจากผู้ถูกศึกษามากขึ้น  

2) วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

     2.1 เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการวิจัยหรือการสร้างความรู้ด้วยมุมมอง  และแนวทางใหม่ ๆ ที่มีความสอดคล้องกับความเป็นจริงของมนุษย์และสังคมมากขึ้น

     2.2 เพื่อทำให้เกิดการฉุกคิด และแง่คิดใหม่ ๆ พร้อมทั้งส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงปรัชญา ซึ่งมีความอย่างยิ่งต่อการตั้งคำถามการวิจัยที่ดี      

     2.3 เพื่อพัฒนาหรือเพิ่มศักยภาพบุคลากรทางการวิจัยของประเทศไทย ให้มีความสามารถในการทำการวิจัยด้วยแนวทางและมุมมองต่าง ๆ ที่หลากหลาย หรือสามารถใช้กระบวนทัศน์ทางเลือกในการศึกษาวิจัยหรือการสร้างความรู้ที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

3) เนื้อหาหลักสูตร

         ประกอบด้วย วิธีวิทยาและวิธีการวิจัยประเภทต่าง ๆ ได้แก่ การวิจัยเรื่องเล่า/ศาสตร์แห่งการบอกเล่า (Narrative Research/Narratology) ที่เน้นการทำความเข้าใจประวัติชีวิตของบุคคลด้วย “เรื่องเล่า” ที่คลี่คลายไปตามลำดับเวลา การวิจัยแนวปรากฎการณ์วิทยา (Phenomenological Research) ที่เน้นการทำความเข้าใจ “ประสบการณ์ที่มีคุณค่า” ของผู้เข้าร่วมการวิจัย (research participants) การวิจัยแนวชาติพันธุ์วรรณา และ/หรือ วิธีวิทยาเชิงชาติพันธุ์วรรณาวิทยา (Ethnographic Research /Ethno-methodology) ที่มุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจ “วัฒนธรรม” ของกลุ่มที่ศึกษาที่มีวัฒนธรรมร่วมกัน หรือ การศึกษาชีวิตประจำวันของกลุ่มประชากรประเภทต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจสารัตถะชีวิตของแต่ละกลุ่มอย่างลึกซึ้ง การวิจัยด้วยมุมมองทฤษฎีวิพากษ์ (Critical Theory) หรือ มุมมองวิพากษ์นิยม (Criticism) ที่เน้นการสร้างความรู้แนววิพากษ์ เพื่อทำให้มองเห็นความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่ และ การวิจัยกรณีศึกษา (Case Study Research) เป็นต้น ซึ่งการเรียนรู้เกี่ยวกับแต่ละวิธีคิด/วิธีวิทยา แนวทาง มุมมอง จะครอบคลุมทั้งเรื่อง หลักการ วิธีการเก็บข้อมูล ขั้นตอนในการทำงาน และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลของแต่ละแนวทาง/มุมมอง รวมทั้งการเปรียบเทียบความเหมือน/ความคล้ายคลึง และความแตกต่างของแต่ละแนวทาง/มุมมอง ตลอดจนถึง การหยิบยกประเด็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่นักวิจัย นักวิชาการในหน่วยงานต่าง ๆ พึงตระหนัก และตั้งคำถามต่อบทบาทในการสร้างความรู้ของตน หรือ หน่วยงานของตน

คุณสมบัติของผู้เข้าอบรม

         ผู้เข้าอบรมควรเป็นผู้มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ และ/หรือ การวิจัยทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ ทั้งการวิจัยเชิงวิชาการ และการวิจัยประยุกต์ประเภทต่าง ๆ และ/หรือ เคยทำงานวิจัย หรือมีประสบการณ์การวิจัยประเภทต่าง ๆ มาแล้วไม่น้อยกว่า 2-3 ปี หรือ เป็นนักศึกษาหลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต ที่จำเป็นต้องใช้วิธีวิทยาการวิจัยแนวใหม่ดังกล่าวตามที่ระบุไว้ในข้อ 3) ข้างต้น ในการจัดทำวิทยานิพนธ์ตามข้อบังคับของหลักสูตรของสถาบันต่าง ๆ แต่ทางสถาบันการศึกษาต้นสังกัดไม่ได้จัดการเรียนการสอนในเรื่องนี้ให้กับนักศึกษา

ระยะเวลาการอบรมและค่าใช้จ่าย: 17 – 26 ก.ค. 2560 ค่าลงทะเบียน 12,500 บาท  (รวมค่าวิทยากร ค่าเอกสาร ค่าอาหารกลางวัน และอาหารว่าง แต่ไม่รวมค่าที่พัก และค่าเดินทาง กรณีไปเก็บข้อมูลนอกพื้นที่)

หมายเหตุ:

ระยะเวลาการรับสมัคร : ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง วันที่ 9 มิถุนายน 2560

ประกาศผลการพิจารณา :  วันที่ 12 มิถุนายน 2560

การชำระเงิน : ชำระเงินได้ตั้งแต่วันที่ประกาศการพิจารณา จนถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2560

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ งานอบรม โทรศัพท์ 0-24410201 ต่อ 301 ,308 เข้าดูรายละเอียดการอบรมได้ที่ www.ipsr.mahidol.ac.th  และท่านที่สนใจสมัครเข้ารับการอบรมสามารถส่งใบสมัครได้ที่ e-mail: waiwingrob@gmail.com  หรือ warawan.tha@gmail.com โทรสาร 0-2 441 9333 (ภายหลังจากส่งใบสมัครแล้ว กรุณาโทรศัพท์กลับมาสอบถามด้วย)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
งานอบรม
โทรศัพท์ 0 2441 0201 ถึง4 ต่อ 301 , 308   โทรสาร 0 2441 9333
E-mail : waiwingrob@gmail.com , warawan.tha@gmail.com

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
www.ipsr.mahidol.ac.th